5 สัญญาณเตือน เขา(อาจจะ)กำลังนอ กใจคุณ!

เคยไหม…? ที่คบกัน และอยู่ด้วยกัน มานาน อยู่ๆ เขาก็มีท่าทีเปลี่ยนไป ไม่ค่อยสนใจคุณเหมือนเคย คลับคล้ายจะตีตัวออ กห่าง หรือ กำลังนอ กใจคุณอยู่

1. แอบเล่นโทรศัพท์

ไม่ผิดหรอ กนะหากคุณหรือเขาต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง แต่อะไรที่มันส่วนตัวมากไปจนคล้ายเป็นความลับ ก็ดูเหมือน มันจะมากเกินไปหน่อย

โดยเฉพาะเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าคุณ แต่เขาดันไม่แตะโทรศัพท์ของเขาเลย หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ต่อหน้าคุณ

เพราะกลัวว่าคุณจะถามโน่น ถามนี่ ไม่อยู่ห่างจากโทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย แถมยังไม่ให้คุณแตะต้องโทรศัพท์เขาอีก (หากคุณหยิบโทรศัพท์เขาขึ้น มา แต่เขาแสดงท่าทีตกใจ และรีบคว้ามันกลับอย่างไว)

อันนี้คุณก็ควรต้องระวังไว้ให้ดีแล้วล่ะ ว่าเขาอาจมีความลับอะไรซ่อนอยู่รึเปล่า เพราะหนุ่มๆ ที่บริสุทธิ์ใจที่ไหน เขาจะทำแบบนั้นกันล่ะ … อะไรมันจะเป็นความลับขนาดนั้น ?

หรือแม้แต่เขาแอบใช้โทรศัพท์ตอนที่คุณไม่อยู่ หรือคุณอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเขาพอสมควร ไม่ว่าจะส่งข้อความก็ดี

หรือโทร.คุยสายกับคนอื่นอยู่ก็ดี หากเป็นครั้งเดียวก็คงจะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเขาทำเกิน มากกว่าสองครั้ง

คุณก็ควรสังเกตความผิดปกติได้แล้วนะ แต่ทว่าในอีกกรณีหนึ่ง ถ้าเขาเงียบนิ่งผิดปกติ-แสดงท่าทีไม่สนใจ/ละเลย เมื่อได้รับข้อความ

หรือสายเรียกเข้า ตอนอยู่กับคุณ … นั่นก็อาจเป็นไปได้ว่า สาวๆ คนอื่นอาจกริ๊งกร๊างโทร.มาหาเขาก็เป็นได้ แค่เขาปล่อยเลยไป ไม่ให้คุณระเเวงสงสัย !

2. หัน มาแต่งตัวตัวดีขึ้นเป็นพิเศษ

จากที่เขาเป็นคนไม่ชอบแต่งตัว แต่อยู่ๆ ดันลุกขึ้น มาแต่งตัว หัน มาดูแล (หุ่น) ตัวเองซะอย่างนั้น แลดูดีขึ้นผิดหูผิดตา แบบนี้มันต้องมีแรงจูงใจอะไรบางอย่างแน่ !

ก็ร้อยวันพันปีอยู่กับคุณ ไม่เห็นว่าเขาจะหัน มาจริงจัง-ใส่ใจกับการแต่งตัวขนาดนี้เลยนี่นา อย่างเสื้อเชิ้ตที่ปกติไม่เคยใส่ ก็เปลี่ยน มาใส่, น้ำหอมที่ไม่เคยฉีด เกลี ยดกลิ่นฟุ้งกระจายเป็นที่สุด

ก็ดันเปลี่ยน มาฉีดซะนี่ อีกทั้งยังหัน มาเซตผมซะหล่อเฟี้ยว เข้ายิมเกือบทุกวันเพื่อเฟิร์มหุ่นให้ดูดี ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาออ กจะขี้เกียจเข้ายิมซะด้วยซ้ำ

คุณว่ามันแปลกๆ ไหมล่ะที่เขาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไม่มีเหตุผล ส่อแววมีพิรุธขนาดนี้

สงสัยคุณต้องคอยหมั่นเช็пถามเขาดูหน่อยแล้วล่ะ เพราะไม่แน่ว่าเขาอาจกำลังสร้างความสนใจ/ความประทับใจ หรือเริ่มสานสัมพันธ์กับสาวคนอื่นอยู่ก็ได้

3. มีข้ออ้างส า รพัดในการเจอคุณ

แต่ก่อน มีเวลาให้คุณแทบจะทุกวัน หรือถึงจะติดงานยุ่งแค่ไหน เขาก็จะสรรหาเวลามาเจอคุณให้ได้ แต่เดี๋ยวนี้เขากลับมีข้ออ้างส า รพัดมาบอ กกับคุณ

อย่าง ‘วันนี้ผมมีนัดกับลูกค้า’, ‘เย็นนี้ผมติดงานด่วน แล้วยังต้องมีประชุมต่ออีก’ หรือ ‘วันนี้ผมต้องไปทานข้าวกับครอบครัว คงไปเจอคุณไม่ได้’

ชักแม่น้ำทั้งห้าสายมาบอ กคุณแทบทุกวัน จะเจอตัวเขาในหนึ่งสัปดาห์นั้นยากแสนยาก หาเวลาเจอเขาไม่ได้ง่ายๆ

ข้อนี้คุณควรต้องระวังให้ดีเลยล่ะ สังเกตพฤติกรรมของแฟนคุณดู เพราะอาจเป็นไปได้ว่าเขาจะค่อยๆ ตีตัวออ กห่างจากคุณ

และส า รพัดข้ออ้างนี้แหละ จะทำให้เกิดพื้นที่ว่าง/ระยะห่างของคุณกับเขา ดีไม่ดีมันอาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อไปหาสาวคนอื่นโดยที่คุณไม่รู้ตัว !

หากคุณไม่อยากให้เรื่องรักดราม่า และไม่เชื่อใจเขาไปมากกว่านี้ ทางที่ดีเคลียร์ๆ กันไปเลยดีกว่า ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่

เพราะเพียงแค่เหตุผลเรื่องงานที่ทำให้เขากลับดึกบ่อยๆ, ไม่ได้เจอ กันเลย แม้แต่ในช่วงสุดสัปดาห์นั้น

อาจไม่เพียงพอ และมันดูจะฟังไม่ขึ้นเท่าไร แถมเหตุผลมันยังซ้ำซาก-จำเจเกินไปรึเปล่า ใครจะไปมีงานดึกดื่นได้ทุกวันล่ะ … จริงไหม ?

4. บิลค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น

การเงินก็เป็นตัวบ่งบอ กความเปลี่ยนไปของเขาเช่นกัน ถ้าอยู่ๆ บิลค่าใช้จ่าย ค่าบัตรเครดิต หรือใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ

ของเขามีมากขึ้นอย่างไม่สามารถอธิบายได้ คุณก็เริ่มตั้งข้อสงสัยได้เลยว่า เขานำเงินไปทำอะไรมากมาย …? ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารต่อมื้อที่แพงหูฉี่

ค่าของขวัญ หรือของเล็กๆ น้อยๆ ก็คุณไม่ได้ไปทานอาหารด้วยกันกับเขานี่นา แถมของต่างๆ ที่เขาซื้อ คุณก็ไม่ได้รับจากเขาอีกด้วย

แล้วแบบนี้เขาเอาเงินไปเลี้ยงใคร ซื้อของขวัญให้ตั้งเยอะแยะกันล่ะ ซึ่งเรื่องพวกนี้แหละเขาจะหลบซ่อนจากสายตาคุณได้เก่งนัก

หากเขาไปกับสาวคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ ใบเสร็จ และค่าบัตรเครดิตพวกนี้ล่ะ จะเป็นหลักฐาน มัดตัวเขาได้อย่างดี

ว่าเขาไปทำอะไรมาบ้างเมื่อคุณไม่อยู่ เพราะใช่ว่าอยู่ๆ จำนวนเงินค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเองได้ซะเมื่อไรล่ะ และเขาจะใช้จ่ายสิ่งต่างๆ ไปโดยที่เขาไม่รู้ไม่เห็น …

สอดส่องสายตาสำรวจใบเสร็จต่างๆ หรือค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตรอบเดือนของเขาให้ดี

ไม่ว่าจะเป็นในกระเป๋าเสื้อ-กางเกง, ใต้โต๊ะ หรือแม้กระทั่งในตู้เสื้อผ้า ที่เขาพับเก็บไว้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะนั่นเขาอาจกำลังเก็บซ่อน มันให้พ้นจากสายตาคุณอยู่!

5. เขาเซฟตัวเองเสมอๆ และรู้จักการตั้งรับเป็นอย่างดี

แน่ล่ะหากเขามีคนอื่นจริง เขาต้องเตรียมตั้งรับมือ กับคุณไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะคำถามไหนที่คุณถาม หรือสถานการณ์ไหนที่กำลังเผชิญหน้าอยู่

เขาก็ต้องเซฟตัวเองกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมให้ได้ และถ้าคุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นโวยวาย จุกจิก-เซ้าซี้เขาส า รพัด

ด้วยคำถาม ‘หายไปไหน มาตั้งนาน’, ‘ทำอะไรอยู่’, ‘อยู่ที่ไหน กับใคร’ หรือ ‘คุณอยู่ที่ไหน มาตลอดคืน ฉันพยายามที่จะติดต่อคุณ’

นั่นขอให้รู้ไว้เลยว่า คุณกำลังเข้าทางที่เขาวางไว้ และทำให้สามารถสวนกลับคุณในทันควัน โดยเขาอาจจะขึ้นเสียง

ตอบเน้นน้ำหนักให้ดูน่าเชื่อถือ และพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงรำคาญ ให้คุณรู้สึกผิดที่เซ้าซี้เขามากเกินไป

ให้คุณกลับไปคิดว่าสิ่งที่คุณทำดีแล้วหรือไม่ ที่คุณใส่อารมณ์กับเขามันผิดหรือถูกกันแน่ เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความผิดของเขายังไงล่ะ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สามารถมองได้สองแง่ คือ 1. คุณอาจเซ้าซี้/ระเเวงเขามากเกินไปจริงๆ กับ 2. เขากำลังใช้มันเป็นข้ออ้าง เพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่ต้องการบอ กคุณ

ใช้จุดอ่อนความใส่ใจของคุณพลิกเกม-โยนความผิดให้คุณซะงั้น … มันเหมือนการทำสงครามจิตวิทยาอย่างหนึ่งนะ ใช้คำพูดย้อนกลับพยายามทำให้คุณไขว้เขว คุณรู้ใช่ไหมล่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.