ทำไมคนเราถึงนอ กใจ ความสัมพันธ์ที่มีแนวโน้มที่จะนอ กใจ

ทำไมคนเราถึงนอ กใจ แม้จะฟังดูเป็นปัญหาส่วนบุคคลที่แต่ละคู่ความสัมพันธ์ต่างก็เจอปัญหาหรือคำตอบในเรื่องนี้ที่แตกต่างกันไป

แต่ในบางครั้งเราก็อดจะตั้งคำถามถึงสาเหตุจริงๆ แห่งการนอ กใจไปไม่ได้ ในเมื่อเขาทิ้งเราไปหาคนใหม่ที่ดูอย่างไร (แบบไม่เข้าข้างตัวเอง) เราก็สวยกว่า หรือแม้กระทั่งเลิกกับคนดีๆ

ไปหาคนเ ล วๆ ในแบบเพลงฮิตที่ร้องกัน จนบางครั้งก็ทำให้สับสนว่า การนอ กใจถ้าไม่ใช่เพราะความสวย ความหล่อ ความดี ความเ ล ว แล้วมันเกิดขึ้นจากอะไรนะ

หรือบางทีนี่อาจจะไม่ใช่เรื่องของจิตใจหรือความรู้สึก แต่เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ล้วนๆ

ล่าสุด นักวิจัยได้ทำการวิจัยในหัวข้อ “ทำไมคนเราถึงนอ กใจ” และพบตัวบ่งชี้บางอย่างที่ทำให้ใครคนหนึ่งมีแนวโน้มที่จะนอ กใจคู่รัก

รายงานการวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารส า ร โดยระบุว่า คนที่มีลักษณะหุนหันพลันแล่น มักจะมีแนวโน้มนอ กใจได้ง่าย

นั่นเป็นเพราะเขาไม่หยุดคิดหรือตรึกตรองในสถานการณ์ใดๆ ก่อน แต่มักจะพูด คิด หรือแสดงออ กซึ่งอารมณ์ออ กมาเลย

เพราะหากมีการหยุดคิด ตรึกตรองถึงผลลัพธ์ ก็จะทำให้คนคนนั้นไม่กล้าที่จะนอ กใจ

นอ กจากนี้ยังพบว่าคนที่เคยมีประสบการณ์ความสัมพันธ์ในอดีตมามาก มีแนวโน้มที่จะนอ กใจและมองหา ‘คนอื่นอีก’

มากกว่าคนที่มีประสบการณ์น้อย เพราะพวกเขาเหล่านั้นได้พัฒนา ‘ทักษะ’ บางอย่างขึ้น มาภายใต้ประสบการณ์ที่ผ่าน มาอย่างมาก

“ผู้ที่เข้าร่วมในการวิจัยครั้งนี้ ในกลุ่มที่มีประสบการณ์ในความสัมพันธ์และประสบการณ์ทางเ พศมามากมาย

ต่างบอ กตรงกันว่าพวกเขามีเซ็пซ์นอ กความสัมพันธ์บ่อยครั้ง หรือแม้แต่การจูบคนที่ไม่ใช่คู่รักของตัวเอง

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากการสั่งสมประสบการณ์และได้พัฒนา ‘ทักษะ’ บางอย่างเพื่อทำให้เกิดการจับไม่ได้ไล่ไม่ทันหรือแม้กระทั่งการหาคู่นอนได้มากขึ้น”

ที่น่าประหลาดใจก็คือ เหตุผลหลักที่ทำให้มีการนอ กใจคือความรู้สึก “ต่อไม่ติด” ระหว่างคู่รัก และความรู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจในความสัมพันธ์ระหว่างกัน

และที่น่าสนใจไปมากกว่านั้นนักวิจัยพบว่าความลึกซึ้งยาวนานในความสัมพันธ์มีผลกระทบน้อยที่สุดที่จะทำให้คนตัดสินใจจะนอ กใจหรือไม่นอ กใจ

พูดง่ายๆ ก็คือแม้จะแต่งงานแล้วหรืออยู่ร่วมกัน มานานหลายสิบปี ปัจจัยนี้แทบจะมีผลน้อยมากที่ทำให้คน ‘ไม่นอ กใจ’

การวิจัยครั้งนี้ได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นคนที่เป็นคู่รักต่างเ พศในช่วงวัย 17-25 ปี 123 คนที่ต่างอยู่ในรูปแบบความสัมพันธ์ใดความสัมพันธ์หนึ่ง

และนอ กจากนี้ยังพว่าผช.ที่นอ กใจมีแนวโน้มที่จะ “มีเซ็пซ์’ มากกว่าผญ. ขณะที่หากเป็นแค่การ ‘จู บ’ ผญ.และผช.มีเปอร์เซ็นต์ที่จะทำเท่าๆ กัน

และในผลวิจัยก่อนหน้านี้เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากการเลิกกัน ยังพบว่าผญ.ที่ถูกนอ กใจนั้น มีแนวโน้มที่จะหาคู่รักหรือคู่ครองใหม่ได้ดีกว่าคู่รักคนเก่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.