“ความรัก” ไม่ใช่การครอบครอง

ความรักมักทำให้เราทำตัวเป็นเจ้าของอีกคน อยากให้เค้าเป็นในสิ่งที่เราอยากให้เป็น อยากให้เค้าทำในสิ่งที่เราอยากให้ทำ แต่ลืมไปหรือเปล่าว่ารักไม่ใช่การเป็นเจ้าของ

ไม่ใช่การครอบครองกันและกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารักด้วยความอยากเป็นเจ้าของ ความรักของเราจะพังลงทันที

ความสุขของเธอ ก็คือความสุขของฉัน

เพราะรักที่ไม่ทำให้ทุกข์ก็คือรักที่ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แค่เค้ามีความสุข ตัวเราเองก็มีความสุขไปด้วย

แต่จะมีซักกี่คนที่มีรักแบบไม่หวังสิ่งใดตอบแทนได้ และจะมีซักกี่คนที่พอเห็นเค้ามีความสุข ตัวเราเองก็มีความสุขไปด้วยได้

อย่าลืมว่าความรักเป็นอะไรที่เรียบง่าย และเข้าใจไม่ยาก แต่คนเราต่างหากที่ทำให้ความรักกลายเป็นเรื่องซับซ้อนไปเอง

เราแค่ต้องทำให้มันง่ายอย่างที่มันควรจะเป็น เพราะเรื่องง่ายที่สุดของความรักก็คือ การที่เราสุขใจเมื่อเห็นอีกคน มีความสุข

ขอแค่อยู่ข้าง ๆ กันไป

เรื่องเรียบง่ายที่สุดของความรักที่หลายคนไม่เคยรู้เลยก็คือ ความรักที่แท้จริงอาจเป็นแค่การอยู่เคียงข้างกันไปในทุกช่วงเวลาของชีวิตก็ได้

คน มีความรักหลายคน มักใช้เวลาไปกับการทำให้ตัวเองมีความสุขด้วยความคาดหวังต่างๆ นานาจากอีกคน หรือมักทำให้ตัวเองทุกข์ด้วยความคิดว่าเรารักกัน

เราก็คือเจ้าของกันและกัน ทั้งที่ความจริงแล้วความรักไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการมีคนที่เรารักอยู่ข้างๆ ทั้งตอนที่ทุกข์และสุขเลย

การรักใครซักคน บางทีก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน

คนเรามักมีภาพจำกับความรักว่าต้องใช้ชีวิตด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า แต่ในโลกของความจริง ความรักกลับมีข้อจำกัดที่บางทีเราเองก็นึกไม่ถึง ทำให้คนสองคนที่รักกันอาจไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันก็ได้

เรื่องนี้อาจเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดของคำว่า “รัก ไม่ใช่ครอบครอง” ก็ได้ เพราะการไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน ไม่ได้แปลว่าไม่รักกัน

สามีภรรยาที่ต้องทำงานคนละจังหวัด เพื่ออนาคตและความเป็นอยู่ของครอบครัว พ่อแม่ที่ต้องส่งลูกไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก คู่รักที่ต้องหักห้ามใจ เพราะยังเรียนไม่จบ

พวกเค้ารักกัน แต่ด้วยข้อจำกัดบางอย่างทำให้ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นความรักของใครก็เป็นไปตามรูปแบบของคนนั้น ไม่มีคำว่าผิดหรือถูก ไม่คำว่าใช่หรือไม่ใช่ มีแต่คำว่ารักของเราก็เป็นไปในแบบของเรา

การปล่อย บางทีก็มีความสุขมากกว่า

ความรักมักสอนให้เรายึดติด เชื่อฝังหัวแบบเดิม ๆ ว่ารักแล้วต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ต้องคุยกันทุกวัน ต้องเจอ กันทุกวัน ต้องรายงานนั่นนี่ ต้องมารับ มาส่ง ฯลฯ ทั้งหมดนี้เรียกว่าความยึดติด

เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดความยึดติด สิ่งที่จะตามมาก็คือความทุกข์ ที่ทุกข์ก็เพราะไปยึด ไปติดว่ามันต้องเป็นแบบนั้น ต้องเป็นแบบนี้

ทั้งที่ความจริงแล้วความรักไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรเลย ไม่จำเป็นต้องคุยหรือเจอ กันทุกวัน แค่เพราะเราไปยึดติดกับมัน เพราะความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับความรัก

สิ่งเหล่านี้ทำให้ทุกข์เพราะไปเผลอครอบครอง ไปเผลอห ลงว่าตัวเองเป็นเจ้าของจนลืมไปว่าแค่ ‘สละ’ หรือแค่ ‘ปล่อย’ ก็จะรู้ทันทีเลยว่ารักไม่ใช่การครอบครอง แต่บางครั้งก็ต้องยอมที่จะปล่อยไปเพื่อความสุขของเราทั้งคู่

ความอิสระเป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากได้ รวมทั้งตัวเราด้วย

เรื่องแปลกของความรักก็คือ ขณะที่เราอยากเป็นเจ้าของคนที่เรารัก อยากให้เค้าทำตามที่ต้องการ แต่เราเองกลับอยากมีอิสระที่จะทำตามใจตัวเองยังไงก็ได้ สิ่งนี้คือความย้อนแยงที่มักเกิดขึ้นเสมอในความสัมพันธ์

อยากให้ความรักของเราไม่มีความลับต่อ กัน แต่เราเองกลับเก็บงำความลับบางอย่างเอาไว้ อยากให้เค้าบอ กทุกครั้งว่าไปไหน ไปทำอะไร ไปกับใคร แต่เราเองกลับไม่อยากรายงาน

บางทีคนเราก็ลืมไปว่าการครอบครองมีแต่จะทำให้ต่างคนต่างอึดอัด กลายเป็นรักที่ทำตัวไม่ถูก สู้รักแบบพอดี ๆ ให้อิสระกันและกันน่าจะเป็นความรักที่สมบูรณ์แบบกว่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.