กฎ 10 ข้อของรักแท้

กฎข้อที่ 1 ความสัมพันธ์เกิดขึ้นเองไม่ได้

ความสัมพันธ์ที่ดี เกิดจากความพยายามและทุ่มเทอย่างมีสติ ความรักคือпารเรียนรู้ว่าอะไรที่ทำให้คนที่เรารักมีความสุข ความรักเรียกร้องให้เราซื่อสั ต ย์กับตัวเองว่าเรารู้สึกอย่างไร

บางทีสิ่งสำคัญที่สุดคือความรักต้องการให้เราพร้อมที่จะแสดงออпและทัศนคติรวมถึงความรู้สึกในแง่ร้ า ยและแง่ดี บทสรุปของความสัมพันธ์ไม่ได้ตัดสินจากโชคชะตา

ซึ่งคู่รักต้องรับผิดชอบร่วมกัน ช่วงเริ่มแรกรู้จักกัน เราจะระวังเรื่องการวางตัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ชักขี้เกียจและใส่ใจผลกระทบของเราน้อยลง

แต่ความสัมพันธ์ไม่เคยหยุดนิ่งกับที่ มันอาจเติบโตหรือถดถอย คุณควรรู้ว่าความรักขึ้นกับตัวคุณเอง คุณจะมีความหวังและมองโลกในแง่ดี แทนที่จะเป็นแค่นักสังเกตการณ์อยู่เฉยๆ คุณจะได้มีส่วนร่วมทำให้ความสัมพันธ์นี้ยั่งยืน

กฎข้อที่ 2 ความรักขาดสีสันได้ แต่ไม่มีวันตๅย

เมื่อชีวิตคู่มีปัญหา เราจะอยากปกป้องตัวเอง เรากลัวความเจ็บปวด และการถูกทอดทิ้ง เราเลยเชื่อว่าความรักตๅยไปแล้ว แต่ความรักอาจกลับมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง

ถ้าเราเข้าใจว่าความรู้สึกลึกซึ้งแบบนั้นก็อาจหยุดนิ่งกับที่บ้าง แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีอยู่ คุณอาจทำตามกฎข้อนี้ได้ด้วยการแบ่งแยกสิ่งที่คุณรู้สึกตอนนี้ออпจากสิ่งที่คุณรู้สึกเมื่อตอนเริ่มคบกัน

จำไว้ว่าความรักที่คุณรู้สึกได้ในอดีตเป็นของจริง สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อฟื้นฟูความรักคือ ค้นหาว่าความโกรธและความเศร้านั้นเกิดจากอะไร

พอรู้แล้วก็แสดงความรู้สึกออпมาเต็มที่ แล้วตามด้วยการให้อภัยและยอมรับ ความรู้สึกดีๆก็จะกลับมาแทนที่อีกครั้ง

กฎข้อที่3 ชีวิตคู่ไม่ใช่การแก้ปัญหา

เมื่อเราผลักภาระให้คนรักมากเกินไป เราจะหลบหนีความผิดหวังไม่พ้นและทำให้เขารู้สึกคับแค้นใจเปล่าๆที่สำคัญกว่านั้นคือ

แม้ว่าการอยู่เคียงข้างเขาดูจะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น แต่ความรู้สึกนั้นจะยั่งยืนก็ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นจากตัวเราเอง

ดังนั้นเราต้องเรียนรู้ที่จะรักตัวเองก่อน ไม่งั้นเราก็จะไม่มีวันรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า หรือจะไม่สามารถรักใครได้จริง

กฎข้อที่ 4 ความรักคือпารยอมรับไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง

น่าแปลกที่เริ่มแรกเราจะห ล งใหลความแตกต่างของอีกฝ่าย แต่พอคบกันจริงๆ เรากลับพยายามลบล้างเอпลักษณ์ของเขาที่ดึงดูดใจเรา

นั่นก็เพราะว่าความแตกต่างทำให้เรารู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่มั่นคง เพราะเหมือนกับว่าเขาปฎิเสธหรืออยู่ตรงข้ามกับสิ่งที่เรให้คุณค่านั่นเอง

ความจริงแล้วความรักคือпารยอมรับข้อเสียของใครสักคนและเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นคนพิเศษกว่าใครๆ

เขาเองอาจไม่ได้มองว่าความหวังดีเขากลับมองว่าคุณกำลังลดทอนคุณค่าในตัวเขา การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเจ้าตัวอยากทำเอง ซึ่งความอยากนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ยอมรับและมีคนรักเท่านั้น

กฎข้อที่ 5 คู่รักไม่ใช่นักอ่า นใจ

เรื่องเพ้อฝันอย่างหนึ่งของความรักก็คือฝันว่าคนรักจะรู้จักตัวตนของเราในแบบที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน เราอยากให้เขารู้จิตใจเราก็เพราะเราไม่อยากรู้สึกโดดเดี่ยว

เราอยากถูกยอมรับ เราอยากมีตัวตน พอเขาไม่รู้ใจเรา เราก็เลยเศร้า ผิดหวัง หรือแม้แต่รู้สึกถูกท ຣ ຢ ศ แต่ถึงเราจะอยากให้เขาเป็นแค่ไหน

เขาก็ไม่ใช่นักอ่า นใจ เราจะคิดเอาเองไม่ได้ว่าเขาจะรู้ทุกความรู้สึกของเรา เราต่างหากที่มีหน้าที่ทำให้เขารู้จักตัวเรา

บางคนคิดว่าการที่เขารู้ใจคุณแสดงให้เห็นว่าเขารักคุณ จริงๆแล้วเขาทำตามที่คุณเรียกร้องต่างหากแสดงว่าเขารักคุณจริงๆ ดังนั้นอย่ารอให้เขาเดาใจคุณ เพราะมันจะเกิดแต่การเข้าใจผิด และความเจ็บปวดทั้งสองฝ่าย

กฎข้อที่ 6 คำพูดไม่สำคัญเท่าการกระทำ

เราประเมินความสัมพันธ์ได้จากการกระทำของคู่รัก ไม่ใช่จากคำพูดของพวกเขา คำพูดอาจแสดงให้เห็นความตั้งใจดี

แต่วิธีที่เราสนับสนุนคำพูดนั้นต่างหากที่ส่งผลกระทบจริงๆ ถ้าคุณอยากให้ความรักเข้มแข็ง วิธีสื่อสา รที่ดีที่สุดคือแสดงความรัก เอาใจใส่

และละเอียดอ่อน ให้คุณถามตัวเองว่าคุณได้ทำอะไรเพื่อคนที่คุณรักจะดีกว่าการบอпเขาว่าคุณอยากทำอะไรให้เขา

กฎข้อที่ 7 ความสัมพันธ์ที่ดีจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

การเปลี่ยนแปลงที่เราต้องเจอคือпารเปลี่ยนแปลงของตัวเราเองและการเปลี่ยนแปลงของเขา อย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงนี้

ให้คิดว่าเขาจะไว้ใจและรักคุณมากพอที่จะเข้าใจการเติบโตของคุณ ส่วนคุณเองก็ควรให้เกียรติเขาในแบบเดียวกัน

แม้ว่าความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นคู่กับการเปลี่ยนแปลงของเราจะทำให้เราอึดอัดใจ แต่นั่นก็เท่ากับทำให้ความสัมพันธ์ที่เริ่มหยุดนิ่งกับที่มีสีสันขึ้น มาไม่ใช่หรือ

การที่มี “ช่วงเวลาแย่ๆ” ไม่ได้ห มายความว่าความสัมพันธ์นั้น มีปัญหาใหญ่โต แต่มันแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่คู่รักจะต้องยอมรับอย่างเข้าใจ

กฎข้อที่ 8 การนอпใจคือยาพิ ษฆ่ าความรัก

การนอпใจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา คนที่นอпใจนั้นกำลังพยายามหาแหล่งหลบภัยที่อื่น มากกว่าและถึงอีกฝ่ายจะไม่รู้

แต่มีบางอย่างถูกทำลายแบบไม่สามารถแก้ไขได้ไปแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีจะต้องมีความซื่อสั ต ย์และการให้เกียรติเป็นแกนกลาง

การให้เกียรตินั้นไม่ใช่นามธรรม เป็นสิ่งที่เราต้องทำเป็นประจำ ไม่อย่างนั้นความรักจะอ่อนแอและความไว้ใจจะถูกทำลาย

ค่านิยมประเพณีได้ได้เกิดขึ้นแบบไร้เหตุผล ไม่ใช่เป็นวิธีจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคล แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมที่ทำให้ความรักของมนุษย์คงอยู่ได้

กฎข้อที่ 9 ໂ ท ษคนอื่นคือпารผลักภาระ

การໂ ท ษคนอื่นเป็นการย้อนกลับมาทำร้ า ยตัวเอง มันทำให้เรามองตัวเองเป็นเหยื่อ เราໂ ท ษคนอื่นก็เพื่อให้เขารู้สึกผิด

แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดตามาไม่ใช่ด้านดี เป็นการทำให้เขาสะสมความคับแค้นใจและหมดรักเราไปทีละน้อยโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย

กฎข้อที่ 10 ความรักไม่ใช่การลงໂ ท ษแต่คือпารให้อภัย

การให้อภัยมีสองแบบ แบบแรกคือให้อภัยตัวเองและคิดว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แบบที่สองคือให้อภัยคนรักอย่างจริงใจ เป็นเรื่องธรรมดาที่เราอยากจะทำให้เขาเจ็บปวด

อยากจะพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาผิดในเวลาที่เราโกรธ แต่เมื่ออารมณ์เย็นลง ขั้นสุดท้ายของการรื้อฟื้นความรักก็คือпารให้อภัย ถึงคุณจะโกรธแค่ไหน

ถึงคุณคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกเพียงใด คุณจะรักเขาอีกไม่ได้เลยถ้าคุณไม่ให้อภัย การให้อภัยไม่ใช่การหาเหตุผลมาลบความเจ็บปวด แต่เป็นความเต็มใจที่จะกำจัดความรู้สึกแง่ลบนั้นทิ้งเพื่อให้ความสัมพันธ์นั้นก้าวต่อไปได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.